จากกรณีที่นายบุญชู พลไธสง อาชีพพนักงานในร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่งย่านถนนพุทธมณฑลสาย 4 ได้เข้าแจ้งความว่า น.ส.สุภัคสรณ์ หรือหญิง พลไธสง อายุ 28 ปี บุตรสาวได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่าต้องเกิดเหตุร้ายกับบุตรสาวอย่างแน่นอน เพราะน.ส.สุภัคสรณ์นั้นเป็นทอมบอย หน้าตาดี มีผู้หญิงมาติดพันจำนวนมาก และรู้จักกับน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ซึ่งคบหากับพ.ต.อ. เป็นผกก.อยู่โรงพักแห่งหนึ่ง ทำให้ลูกต้องตีตัวออกห่างจากน.ส.เอ และมีเรื่องระหองระแหงกันมาสักระยะกระทั่งหายตัวสูญหายไป (อ่านข่าว-สั่งสอบด่วน “พตอ.”พัวพันอุ้มฆ่าสาวทอม ปมแค้นแย่งจีบสาวคนเดียวกัน
เวลา 13.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนสน.หนองค้างพลูขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดขออนุญาตไม่ระบุรายละเอียด ส่วนกรณีที่มีข้าราชการทหารเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ยังไม่ขอให้ข้อมูล เพราะจะทำให้ไม่สามารถจับกุมตัวได้ ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการติดตามผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานกันมาหลายสัปดาห์ สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องการที่ทำงานในเชิงลับ เพราะหากข้อมูลบางอย่างหลุดออกมา อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานยากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังห่วงผู้เสียหายยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าขณะนี้เป็นอย่างไร ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนครบาลประสานงานกับชุดสืบสวนภาค เพื่อเร่งติดตามข้อมูลดังกล่าว
มีรายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ออกหมายจับ 7 ผู้ต้องหาแล้ว ทีมสืบสวนได้จับกุมทีมอุ้มได้แล้ว 2 รายกำลังควบคุมตัวมาสอบสวนยัง สน.หนองค้างพลู โดยเบื้องต้นทราบว่าเป็นนายทหารสังกัดจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งสองรับสารภาพว่า พ.ต.อ.จ้างวานด้วยเงิน 2 แสนบาท รับ 3 งวด ให้ไปอุ้มสาวทอม
ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง ได้เดินทางโดยรถยนต์ประจำตำแหน่งเข้ามาที่บ้านพักภายใน สภ.บ้านโป่ง โดยสวมเสื้อชุดซาฟารีสีดำ และสวมกางเกงตำรวจสีกากี ลงจากรถมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยมีพลขับเป็นผู้ถือสิ่งของนำเข้าไปไว้ภายในบ้าน เมื่อสื่อมวลชนได้เข้าไปเพื่อสอบถามกับ พ.ต.อ.อำนวย ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ถูกปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น จากนั้นได้รีบขึ้นรถยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 5 นาที และไม่ทราบว่าจะเดินทางไปที่ใด

0 Comment "เปิดคลิป พตอ.คดีสั่งอุ้มทอม ดอดกลับโรงพักเก็บของ ก่อนหายไร้วี่แวว"